



ต่อมาเมื่อมนุษย์รู้จักการให้ความหมายของสิ่งต่างๆ "หมวก" จึงกลายมาเป็น สัญญะ (Semiotics) ของหลายสิ่งหลายอย่าง บางคนใส่หมวกเพื่อเฉลิมฉลอง บางคนใส่เพื่อกันแดดกันฝนตามหน้าที่ของหมวกแต่ดั้งเดิม ขณะที่บางคนใส่หมวกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการนับถือศาสนา และบางทีหมวกก็กลายเป็นเครื่องแสดงถึงอำนาจ สถานะทางสังคม เช่น หมวกทหาร ตำรวจ หรือสมัยก่อนที่ชนชั้นสูงนิยมใส่หมวก เพื่อแสดงถึงความทันสมัย
ในยุคปัจจุบัน เราเห็นคนนิยมใส่หมวกเป็นแฟชั่นมากขึ้น แม้จะอยู่ในที่ร่มอย่างห้างสรรพสินค้า ก็ยังใส่หมวก ทั้งๆที่ไม่มีแดดมีฝนให้ต้องระวังแม้แต่น้อย บางคนใส่หมวกผ้าแบบที่ใช้กันหนาว อันนี้ก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่า เพราะในห้างแอร์อาจจะเย็น เลยต้องใส่หมวก ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของปัจเจกที่แล้วแต่จะปรุงแต่งกันไป
แต่ "หมวก" ที่จะพูดถึงวันนี้ เป็นหมวกในเชิงความคิด จิตวิทยา ที่นำมาจากแนวคิดเรื่อง "Six Thinking Hats" ของ ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน เจ้าของทฤษฎี Lateral Thinking หรือการคิดนอกกรอบ ซี่งน่าจะเข้ากันได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน
แนวคิดเรื่อง Six Thinking Hats นี้ เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยการมีมุมมองแบบ "รอบด้าน" โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ที่นำไปสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆตั้งแต่ระดับปัจเจก กลุ่ม ไปจนถึงสังคมในวงกว้าง
เดอ โบโน บอกว่า ทุกเช้ที่คนเราตื่นนอน สิ่งแรกที่เราทำคือ "คิด" จะคิดบวก คิดลบ คิดน่อย คิดมาก ก็คือ "คิด" แนวคิดหมวก 6 ใบ ของเขาไม่มีอะไรมาก เพียงแค่แนะเทคนิคในการจัดระบบระเบียบการคิดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น และเขาเชื่อว่า ความคิดของมนุษย์เหมือนหมวก 6 ใบ แต่ละใบที่สวมใส่เสมือนทางเลือกที่เป็นไปได้ ในแต่ละเรื่อง แต่ละเหตุการณ์มาดูกันเลยว่าหมวกทั้ง 6 ใบ มีอะไรบ้าง ..
เดอ โบโน ใช้สี 6 สี แทนความหมายของหมวกทั้ง 6 ใบ
ใบแรก หมวกสีขาว (White Hat) เป็นหมวกที่สื่อความหมายถึงความเป็นกลาง ที่มีฐานความคิดอิงอยู่กับข้อมูล ข้อเท็จจริง เป็นหมวกที่ปราศจากความรู้สึกและความเห็น
ใบที่สอง หมวกสีแดง (Red Hat) หมวกใบนี้ เป็นหมวกที่ใส่เพื่อแสดงอารมณ์ความรู็สึก ตามสีหมวก ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีเหตุผลประกอบ แค่ตอบโจทย์ความรู้สึกของตัวเองได้ว่า ชอบ ไม่ชอบ ดี หรือ ไม่ดี
ใบที่สาม หมวกสีดำ (Black Hat) เป็นหมวกที่แสดงถึงความโศกเศร้าและการปฏิเสธ หมวกสีดำ เป็นหมวกที่ใช้ในเวลาที่ต้องคิดถึงอุปสรรค ปัญหา และเหตุผลของการเกิดปัญหานั้น หมวกใบนี้เป็นหมวกที่ช่วยให้เรามีความคิดที่รอบคอบมากขึ้น เช่น ควรทำหรือไม่ควรทำ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เป็นความคิดเชิงระมัดระวังต่อสิ่งต่างๆ เป็นหมวกที่ให้ความคิดในเชิงเหตุผลอย่างลึกซึ้ง
ใบที่สี่ หมวกสีเหลือง (Yellow Hat) สีเหลืองเป็นสีของความสว่าง สดใส เมื่อสวมหมวกใบนี้ จะหมายถึงการคิดแบบมองเห็นจุดดี จุดเด่น โอกาส ความสำเร็จ เป็นการคิดเชิงบวก การมองโลกใบแง่ดี และการคาดการณ์ที่มีความหวังต่อสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้น เป็นหมวกที่แสดงถึงการมองหาทางออกและทางเลือกอย่างมีความหวัง
ใบที่ห้า หมวกสีเขียว (Green Hat) เป็นหมวกแห่งความอุดมณ์สมบูรณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดเมื่อสวมหมวกสีเขียว จะเป็นความคิดใหม่ๆที่สามารถทำได้เปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆได้ เป็นความคิดเชิงสัญลักษณ์ของการเติบโต งอกงามและบางครั้งก็เป็นหมวกที่ทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิดจากแบบเดิมๆมาสู่ความคิดแบบใหม่ๆ หรือ แม้แต่กาคิดนอกกรอบ ต่างจากแนวทางเดิมๆ
ใบสุดท้าย หมวกสีน้ำเงิน (Blue Hat) จริงๆแล้วเป็นหมวกในอุดมคติที่มนุษย์ต้องการอย่างมากๆ เพระเป็นหมวกใบเดียวที่ให้ความรู้สึกสงบ เย็น ซึ่งจะว่าไปก็เปรียบเสมือนหมวกที่ใส่เพื่อบริหารกระบวนการคิด จัดระเบียบวิธีคิด เป็นหมวกของความคิดรวบยอดเพื่อยุติปัญหา ความขัดแย้ง ความไม่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ
เหมือนกับในทางพระพุทธศาสนา บอกว่า เราจะคิดอะไรได้ ก็เมื่อเรา "หยุด" คิดนั่ันละ
ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไปอีก จากแนวคิดหมวก 6 ใบนี้ จะเห็นว่า จริงๆแล้วในแต่ละวันเราใส่หมวกทั้ง 6 ใบนั่นละ เพียงแต่ใส่ทีละใบในแต่ละเวลา
สำคัญที่สุด คือ ในแต่ละเวลาของการคิดภายใต้หมวกแต่ละใบนั้น ต้องชัดเจนว่าปราศจากซึ่ง "อัตตา" หรือ Ego ซึ่งนำไป สู่ความคิดที่มีอคติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
คนที่โอ้อวด และอหังกา ย่อมสามารถใช้การกระทำและคำพูด ด่าทอ โจมตีและต่อต้านผู้อื่นได้อย่างง่ายๆ จนมองไม่เห็นข้อเท็จจริง และทางออกของปัญหา
งานหลายอย่างที่ไม่สำเร็จ หรือแม้จะสำเร็จแต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพ นั่นอาจเป็นเพราะเราใส่หมวกหลายใบในเวลาเดียวกัน หรือใส่หมวกใบที่ไม่เหมาะ ไม่ควร กับเรื่องราว เหตุการณ์ สถานการณ์นั้นๆ
ถ้าอยากเห็นทางออก ลองหันกลับมาดูตัวเองในกระจกว่า วันนี้หมวกใบที่เราใส่เป็นหมวกสีไหน เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับวิถีที่ควรจะเป็นหรือไม่
ถ้ายังมองไม่เห็นทางออก มีคนเขาแนะนำว่า ให้ไป "ออก" ตรงทางเข้าเผื่ออะไรๆจะคลี่คลายลง
ถึงตอนนี้ ขออนุญาตไปใส่หมวกสีน้ำเงินก่อนนะค่ะ เผื่อจะคิดอะไรออกได้บ้าง
ที่มา ; http://www.thairath.co.th/content/397091